โรคกล้ามเนื้ออักเสบเป็นโรคที่อาจเกิดขึ้นได้กับคนทุกคน โดยเฉพาะคนที่มีโรคประจำตัวอย่างโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) หรือโรครูมาตอยด์ แต่บางครั้งโรคนี้ก็สามารถเกิดขึ้นมาเองได้ หรืออาจเกิดจากการติดเชื้อ การใช้ยา หรือการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อจากการใช้งานหนัก ใครที่กำลังเกิดปัญหาเหล่านี้ไม่ต้องกังวลไป เพราะคลินิกรักษากล้ามเนื้ออักเสบช่วยคุณได้
การให้บริการของคลินิกรักษากล้ามเนื้ออักเสบโดยทั่วไป
1. กลุ่มอาการของกล้ามเนื้ออักเสบที่เปิดให้บริการรักษา: ได้แก่ อาการของกล้ามเนื้ออักเสบรวมไปถึงการอักเสบตามข้อ แขน ขาและเท้า อาการปวดเมื่อยจากออกกำลังกาย เล่นกีฬา ข้อต่ออักเสบ กลุ่มอาการออฟฟิศซินโดรม กลุ่มอาการหมอนรองกระดูกและกระดูกทับเส้น อาการบาดเจ็บเส้นประสาท กลุ่มอาการปวดสะโพก ปวดข้อเข่า ปวดรองช้ำ
2. วิธีการรักษากล้ามเนื้ออักเสบของคลินิกรักษากล้ามเนื้ออักเสบ: อาการกล้ามเนื้ออักเสบมักใช้การรักษาด้วยวิธีกายภาพบำบัด ซึ่งสามารถลดอาการอักเสบได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิต ช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อหรือเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บให้มีสภาพที่ดีขึ้น ทำให้ผู้เข้ารับการรักษากลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ โดยวิธีทางกายภาพบำบัดที่นำมาใช้ คือ
- การสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ
- การทำกายบริหารเพื่อยืดกล้ามเนื้อ
- การใช้เครื่องมือกระตุ้น เช่น กระแสไฟฟ้า หรือคลื่นอัลตร้าโซนิค เพื่อกระตุ้นกล้ามเนื้อและลดการอักเสบ
- การนวด
- การยืดกล้ามเนื้อ
- การประคบร้อน
- การปรับท่าทาง
- การสลายจุด Trigger Point เพื่อลดอาการปวดอันเกิดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อ
นอกจากการทำกายภาพบำบัดแล้ว คลินิกรักษากล้ามเนื้ออักเสบยังใช้การรักษาอย่างอื่นควบคู่ไปด้วย ได้แก่ การรับประทานยา การฝังเข็ม และการฉีดโบท็อกซ์ โดยวิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการของผู้ที่เข้ารับการรักษาแต่ละคน
3. การวินิจฉัยก่อนทำการรักษาโรคกล้ามเนื้ออักเสบ: เพื่อให้แน่ใจว่าผู้เข้ารับการรักษามีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้ออักเสบจริง ๆ คลินิกรักษากล้ามเนื้ออักเสบจะใช้วิธีการต่าง ๆ คือ
- การตรวจร่างกายทั่วไปโดยแพทย์เฉพาะทาง โดยการถามประวัติและตรวจร่างกาย
- การตรวจเลือด โดยการเจาะเส้นเลือดดำ แล้วไปตรวจในห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจสอบการอักเสบที่เกิดขึ้นในร่างกาย
- การนับเม็ดเลือด (CBC) เพื่อดูปริมาณเม็ดเลือดขาว
- การตรวจหาค่าเอนไซม์ของกล้ามเนื้อ (CPK) ถ้าค่านี้สูง แสดงว่ามีภาวะของการสลายกล้ามเนื้อ
- การตรวจค่าการอักเสบ (ESR) ถ้าการตกตะกอนของเม็ดเลือดแดงมีสูง แสดงว่าร่างกายเกิดการอักเสบ
- การตรวจโปรตีน (CRP) เพื่อดูว่ามีการติดเชื้อหรือการอักเสบหรือไม่
- การทำ EMG หรือการใช้เข็มแทงผิวหนังเพื่อทดสอบการหดตัว และการตอบสนองของกล้ามเนื้อ ซึ่งจะทำโดยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเท่านั้น
- การ X-Ray
- การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI)
- การตรวจชิ้นเนื้อกล้ามเนื้อ มักใช้ในกรณีที่วินิจฉัยโรคที่ต้องการความละเอียดสูง
การเลือกใช้บริการคลินิกรักษากล้ามเนื้ออักเสบควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์เชี่ยวชาญเฉพาะทาง และสามารถรักษาได้ครอบคลุมทุกอาการ ที่สำคัญควรเลือกคลินิกที่อยู่ใกล้บ้าน เดินทางสะดวก เพราะการรักษาอาจต้องใช้เวลา ผู้เข้ารับการรักษาอาจต้องเดินทางไปหลายครั้ง เพื่อความสะดวกสบาย
